Featured post

WordPress SEO Plugin ที่ดีที่สุด

wordpress seo plugin ที่คนใช้มากที่สุด All in one seo pack

เว็บ seothaiwp.com ขอแนะนำ seo plugin ที่คนใช้มากที่สุด ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน คือ all in one seo pack ซึ่ง plugin ที่ใช้งานง่ายปรับแต่งได้อย่างง่ายดาย และครอบคลุมการปรับแต่ง seo หลัก ๆ และยังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อยืนยันการเป็น seo plugin อันดับหนึ่งต่อไป

การตั้ง permalink ใช้ โครงสร้าง URL ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ  %postname%
all in one seo

Theme เลือกใช้หนึ่งใน default theme ของ wordpress เอง  theme twenty twelve (2012)

หลังจากตั้งค่าปรับแต่งทั่วไปของ wordpress เองแล้ว  เราก็มาดูการตั้งค่าของ Plugin All in one seo pack

ซึ่งใน version ล่าสุดได้เพิ่มในส่วนของ Feature Manager ที่เพิ่มความสามารถของ Plugin มากขึ้น

และสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดหรือปิดใช้ความสามารถใดบ้าง  ซึ่งในตอนนี้  มีแค่สองความสามารถที่ใช้ได้

คือ XML Sitemaps  และ Performance

all in one seo

อีกความสามารถคือ ส่วน Performance ที่สามารถให้คุณตั้งค่า php memory limit  และ execution time และสถานะของระบบ (Host และ WordPress)  ในอนาคตยังจะมีความสามารถอื่นเพิ่มเติมอีก  อย่าง Social และอื่น ๆ

all in one seo

XML Sitemap ความสามารถที่จะสร้างไฟล์ sitemap อัตโนมัติที่จะให้ bot ของ search engine ต่าง ๆ

all in one seo

สามารถเข้ามาดูรายละเอียดของไฟล์ XML Sitemap ได้  ว่าสร้างได้ตามที่เราต้องการหรือไม่

all in one seo

การตั้งค่า sitemap ก็ทำได้มากมาย  จะรวมหรือไม่รวมหน้าไหนบ้าง  การแจ้งเตือน search engine  ลำดับความสำคัญในแต่ละหน้า  และความถี่ในการสร้าง

all in one seo

การตั้งค่าหลักของ plugin  All in one seo
all in one seo

ตั้งค่าหน้า home page ให้เป็นอย่างที่เราต้องการ
all in one seo

การ verify website เรากับ search engine ต่าง ๆ และเพิ่มข้อมูลผู้เขียนใน google plus ของเรา
all in one seo

นอกจากการตั้งค่าหลักแล้ว  เรายังสามารถตั้งค่า seo on page ให้กับแต่ละเรื่องที่เราเขียนได้โดยจะมีคำสั่งของ

plugin  all in one seo อยู่ที่ด้านล่างของพื้นที่เขียนข้อความ  ซึ่งจะมีส่วน preview snippet

การตั้งค่า seo ของหน้านั้นโดยการตั้งค่าหัวข้อ  คำอธิบายและ keyword

เพื่อให้เราสามารถตั้งค่า seo ของหน้านั้นได้ตามต้องการ
all in one seo
post นี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง wordpress seo plugin

เพลงสรรเสริญพระบารมี

ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิรกราน
นบพระภูมิบาล บุญญะดิเรก เอกบรมจักริน พระสยามินทร์ พระยศยิ่งยง
เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา
ปวงประชาเป็นศุขสานต์ ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจจะถวายชัย ! ไชโย.

******************

ความหมายเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังนี้:-
ข้าพระพุทธเจ้า ขอกราบถวายบังคมด้วยหัวใจและด้วยเศียรเกล้า
แด่พระผู้อภิบาลรักษาแผ่นดิน ผู้เพียบพร้อมด้วยบุญถือคุณความดีอันรุ่งเรือง
ทรงเป็นที่หนึ่ง และทรงเป็นที่สุดในบรรดาผู้มีจักรคือพระราชาทั้งปวง
ทรงเป็นพระผู้เป็นใหญ่ในสยาม มีพระเกียรติยศอย่างยอดยิ่งและยั่งยืน
ความร่มเย็นที่อยู่เหนือหัว (ราษฎร) ก็เพราะทรงดูแลรักษา
ผลแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
ได้ระวังป้องกันประชาราษฎร์ทั้งปวง ให้เป็นสุขและสันติ
ขอจงดลบันดาลให้สิ่งที่พระองค์ต้องพระราชประสงค์
สำเร็จผลสมดังที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย
เหมือนชัยมงคลที่ถวายนี้เทริญ

บุหลันลอยเลื่อน (4)

เพลงบุหลันลอยเลื่อน

บุหลันลอยเลื่อน (4)

เป็นที่รู้กันว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์ทั้งทางด้านกวีนิพนธ์และการดนตรี โปรดทรงซอสามสาย มีซอคู่พระหัตถ์ชื่อ “ซอสายฟ้าฟาด” ในยามว่างก็จะหยิบซอมาทรงอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะยามค่ำคืนก่อนเข้าบรรทม

ในคืนหนึ่ง หลังจากทรงซอสายฟ้าฟาดอยู่จนดึกก็เข้าบรรทม ทรงพระสุบินว่าเสด็จไปสถานที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง มีพระจันทร์เต็มดวงค่อยๆลอยเลื่อนเข้ามาใกล้ ส่องแสงกระจ่างไปทั่ว พร้อมมีเสียงทิพยดุริยางค์กังวานเจื้อยแจ้วมาด้วย ทรงสดับฟังดนตรีอยู่จนพระจันทร์คล้อยเคลื่อนไปก็ตื่นบรรทม แต่เสียงดนตรียังแว่วกังวานอยู่ในพระโสต ก็โปรดฯให้หานางในพนักงานดนตรีเข้ามาต่อเพลงตามที่ได้ยินในพระสุบิน เกิดเป็นเพลงใหม่ที่ไพเราะจับใจ พระราชทานนามว่า เพลง “บุหลันเลื่อนลอยฟ้า” หรือ “บุหลันลอยเลื่อน” นั่นเอง

เพลงนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าเพลง “ทรงพระสุบิน” บางครั้งก็เรียกว่าเพลง “สรรเสริญพระจันทร์” ซึ่งมีซอสามสายเป็นตัวชูโรง

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

กล่าวสำหรับเพลงชาติไทยนั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ แสดงความเป็นเอกราชของชาติ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร เป็นแหล่งรวมใจของคนในชาติให้เป็นจุดเดียวกัน สร้างความรู้สึกสำนึกในความเป็นพี่น้อง สร้างความภูมิใจในศักดิ์ศรี สิทธิ เสรีภาพ ระหว่างคนในชาติ และเพื่อปลุกใจให้เกิดความรักชาติ

ความคิดเรื่องเพลงประจำชาติของไทย เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2414 โดยได้รับอิทธิพลตะวันตก ที่มีเพลงประจำชาติมาก่อน โดยเฉพาะอิทธิพลจากประเทศอังกฤษ โดยนายทหารอังกฤษ 2 คน ซึ่งเข้ามาเป็นครูฝึกทหารเกณฑ์ ในวังหลวงและวังหน้า ในปลายรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2395 ชื่อร้อยเอกอิมเปย์ (Impey) และร้อยเอกน็อกซ์ (Thomas G. Knox) นายทหารอังกฤษทั้งสองนายนี้ได้ใช้เพลง กอดเสฟเดอะควีน (God Save the Queen) เป็นเพลงฝึกสำหรับทหารแตร และอังกฤษได้ใช้เพลงกอดเสฟเดอะควีนนี้เป็นเพลงประจำชาติ

กระทั่งพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ประพันธ์เนื้อร้องขึ้นมาใหม่ โดยใช้เนื้อเพลงกอดเสฟเดอะควีนเดิม และตั้งชื่อเพลงขึ้นใหม่ว่า ‘จอมราชจงเจริญ’ นับเป็นเพลงชาติฉบับแรกของประเทศสยาม

ต่อมาในปี พ.ศ.2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์ ในขณะนั้นสิงคโปร์ยังเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษอยู่ กองทหารดุริยางค์สิงคโปร์บรรเลงเพลงกอดเสฟเดอะควีน เพื่อถวายความเคารพ

อย่างไรก็ดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าประเทศ มีความจำเป็นจะต้องมีเพลงชาติที่เป็นของตัวเองขึ้น เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกราชของชาติ ครั้นเมื่อทรงเสด็จกลับถึงพระนครจึงได้โปรดให้ตั้งคณะครูดนตรีไทยขึ้น เพื่อทรงปรึกษาหาเพลงชาติที่มีความเป็นไทยมาใช้แทนเพลงกอดเสฟเดอะควีน คณะครูดนตรีไทยได้เลือกเพลงทรงพระสุบัน หรือเรียกอีกอย่างว่า เพลง ‘บุหลันลอยเลื่อน’ ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้มีความเป็นสากลขึ้นโดย เฮวุดเซน (Heutsen) นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่สอง ใช้บรรเลงในระหว่างปี พ.ศ.2414-2431

เพลงชาติไทยฉบับที่สาม คือ เพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ (ฉบับปัจจุบัน) ประพันธ์โดย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย คำร้องเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระนริศรานุวัตติวงศ์ ใช้บรรเลงเป็นเพลงชาติ ในระหว่างปี พ.ศ.2431-2475

เพลงชาติไทยฉบับที่สี่ คือ เพลง ‘ชาติมหาชัย’ ใช้เป็นเพลงชาติ ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ.2475 โดยอาศัยทำนองเพลงมหาชัย ส่วนคำร้องประพันธ์โดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เพื่อใช้ขับร้องและบรรเลงปลุกเร้าใจประชาชน ก่อให้เกิดความรักชาติและสร้างความสามัคคี ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

เพลงชาติไทยฉบับที่ห้า คือ เพลงชาติฉบับพระเจนดุริยางค์ ผู้ประพันธ์ทำนอง คำร้องประพันธ์โดยขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.2475-2477

เพลงชาติฉบับที่หก คือ เพลงชาติฉบับพระเจนดุริยางค์ ที่เพิ่มคำร้องของนายฉันท์ ขำวิไล เข้าต่อจากคำร้องของขุนวิจิตรมาตรา ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.2477-2482 นับเป็นเพลงชาติที่เป็นฉบับของทาง ‘ราชการ’ ฉบับแรก

สำหรับเพลงชาติฉบับปัจจุบัน เกิดขึ้นเนื่องจากสมัยจอมพล ป. (แปลก พิบูลสงคราม) มีการเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศจาก ‘สยาม’ เป็น ‘ประเทศไทย’ จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องเนื้อร้องเพลงชาติ เพราะในเนื้อร้องมีคำว่า ‘สยาม’ อยู่ 3 วรรค รัฐบาลจึงจัดประกวดเพลงชาติอีกครั้งใน พ.ศ.2482 โดยให้ใช้ทำนองของพระเจนดุริยางค์ แต่เนื้อเรื่องให้มีความยาวเพียง 8 วรรค

ผลปรากฏว่าเนื้อร้องของ พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ได้รับการคัดเลือก ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจึงประกาศยกเลิกเนื้อเพลงชาติฉบับของขุนวิจิตรมาตรา และของนายฉันท์ ขำวิไล และให้ใช้เนื้อร้องใหม่ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2482 โดยรัฐบาลประกาศ ‘รัฐนิยมฉบับที่ 6’ ให้ใช้เพลงชาติไทย ซึ่งมีทำนองเพลงชาติของพระเจนดุริยางค์ ตามแบบที่มีอยู่ในกรมศิลปากร

ส่วนเนื้อร้องเพลงชาติให้ใช้บทเพลงของหลวงสารานุประพันธ์ ที่ประพันธ์ขึ้นในนามของกองทัพบก ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันอยู่ในทุกวันนี้

เพลงชาติไทยนั้นกว่าจะมาเป็นเพลงชาติในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเนื้อร้องและทำนองมาแล้วถึง 7 ครั้ง เนื่องจากเพลงชาติแต่ละฉบับที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นสำคัญด้วย

0 0 0

สำหรับการปรับเปลี่ยนเพลงชาติที่เกิดขึ้นในยุค ‘ทักษิโณมิกส์’ นั้น เพียงแค่ปรับปรุงสีสันดนตรี และการร้องใหม่ ก็เกิดเรื่องราวใหญ่โต มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรมไปหมด มันเป็นเพราะเหตุใด

พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันต์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นต้นคิดต้นเรื่องคนหนึ่ง จึงออกมาเปิดเผยว่า สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้จัดทำโครงการ Nationalism เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกเรื่องรักชาติให้กับคนไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 45 และได้บอกในที่ประชุมว่าอยากให้มีการกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องความรักชาติ หรือ Nationalism ให้มากขึ้น ในฐานะที่ทหารอยู่คู่กับเรื่องรักชาติมาตลอดก็ให้พวกเราไปช่วยกันคิดขึ้นมา

ในโครงการดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ปฏิทินพระราชดำรัส หนังสือเทิดพระเกียรติกองทัพไทย และวาระเรื่อง ‘ศิลปินร้องเพลงชาติไทย’ ซึ่งได้มีการหารือกับคณะทำงานและฝ่ายเสนาธิการว่าควรจะมีการจัดทำเป็นกิจกรรมในการร่วมร้องเพลงชาติโดยมีศิลปินเป็นต้นเสียง

จากนั้นในทีมงานที่รู้จักกับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด ก็ได้มีการไปพูดคุยว่า กระทรวงกลาโหมต้องการจัดกิจกรรมเช่นนี้ขึ้นมา ทางบริษัทก็ตกลง และได้มีการเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ ในช่วงนั้นปรากฏว่ามีข่าวหลุดออกไป และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าไม่เหมาะสม ทำให้กระทรวงกลาโหมต้องออกมาชี้แจงและยืนยันว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนเนื้อร้องและทำนองใหม่ เรื่องก็เงียบไป

จนกระทั่งทางบริษัท แกรมมี่ฯ ได้ทำเสร็จออกมาให้เราทั้งหมด 6 รูปแบบ เราก็เลยนำเพลงทั้งหมดส่งให้สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกฯ เพลงทั้งหมดก็ถูกเก็บไว้ไม่ได้นำมาใช้ ซึ่งเราก็ทราบดีว่าเรื่องเพลงชาติเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก อีกทั้งกระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นมาแล้ว

“เมื่อผมเกษียณอายุราชการเมื่อเดือนตุลา 46 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย รมต.กลาโหม ในช่วงปี 47 คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม บอกว่าจะเอาเพลงชาติไปให้นายกฯ ฟัง ก็ชวนผมไปด้วย วันนั้นก็ไปเปิดฟังที่สภาฯ มีคนฟังอยู่หลายคน ท่านนายกฯ ก็บอกว่า ทางสำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์แห่งชาติว่าอย่างไร คุณไพบูลย์ก็บอกว่าเรื่องอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์แห่งชาติ ในที่สุดเรื่องก็เงียบไป จนเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ถูกนำเสนอเป็นข่าวเพราะว่าทางจีเอ็มเอ็มได้นำเพลงเหล่านี้ไปให้ทางกระทรวงวัฒนธรรม” พล.อ.สัมพันธ์ กล่าว

ตอนท้าย พล.อ.สัมพันธ์ ย้ำว่า ขอให้ตัดเรื่องค่ายเพลงไปได้เลย เพราะไม่ได้มองว่าต้องเป็นแกรมมี่ หรือ อาร์.เอส. แต่เป็นเรื่องของกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักชาติ

“เมื่อ 3 ปีก่อนเราก็โดนอย่างนี้ แค่เริ่มทำก็โดนกระหน่ำ จนเราต้องออกมาชี้แจง ก็สงสัยเหมือนว่ามันมีอะไรเบื้องหลังหรือเปล่า”

Costa Coffee ร้านกาแฟสำหรับผู้หลงไหลในรสชาติกาแฟ

ร้านกาแฟ

ร้านกาแฟเปิดใหม่จากประเทศอังกฤษ Costa Coffee สำหรับคนที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟ ได้มาเปิดร้านสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว ที่ Food Hall ชั้น G สยามพารากอน ซึ่งร้านนี้ถือว่าเป็นสาขาที่ 1,000 ของร้านกาแฟ costa coffee ทั่วโลก จุดเด่นของ Costa Coffee จะอยู่ที่ความเข้มข้นของกาแฟ “มอคคาอิตาเลีย” เมล็ดกาแฟซึ่งผ่านกระบวนการบดและคั่วด้วยสูตรเฉพาะของ costa coffee ทำให้ลูกค้าในอังกฤษต่างพากันหลงไหลในรสชาติที่เข้มข้นต่างจากกาแฟทั่วไป

บรรยากาศภายในร้านของ Costa coffee ก็ยังเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในร้านยังออกแบบให้เปิดโล่งเพื่อแสดงการทำกาแฟในแต่ละขั้นตอนของบาริสต้าของเรา ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันและเอาใจใส่ในการทำกาแฟ ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมในทุกแก้ว นอกจากนี้ ยังมีเมนูซิกเนเจอร์แปลกใหม่มากมาย เช่น เครื่องดื่มสำหรับเด็ก Babycino และ Chocolate Babycino พิเศษสุดเฉพาะเมืองไทยมีขนมอร่อยๆให้ทานคู่กาแฟรสกลมกล่อม น่าชิม อาทิเช่น พายไก่ พายเนื้อ เค้กมะพร้าวครีมสด และอื่น ๆ อีก มาสัมผัสกับกาแฟรสชาติอังกฤษแท้ได้ที่ร้าน Costa cofee

การทดสอบ seo plugin ร้านกาแฟ